Thailand Web StatTruehits.net
หน้าหลัก > สุขภาพร่างกาย >หน้าใสธรรมชาติ ด้วยกรดผลไม้หรือ AHA ในเครื่องสำอาง

หน้าใสธรรมชาติ ด้วยกรดผลไม้หรือ AHA ในเครื่องสำอาง

จำนวนคนดู 1016 คน | เผยแพร่เมื่อ 14 พ.ค. 2558 เวลา 07:31 น.

หน้าใสธรรมชาติ ด้วยกรดผลไม้ ที่นิยมใช้กันคือกรดไกลโคลิกและกรดแล็กติกที่แพทย์สั่งให้มักเป็นกรดไกลโคลิก แต่ที่ผสมในเครื่องสำอางมักจะใช้กรดแล็กติกเพราะกรดไกลโคลิกจะระคายเคืองผิวมากกว่า
เราสามารถทำกรดผลไม้ใช้เองได้  ที่คนนิยมนำมาใช้กันคือน้ำมะนาวและมะขามเปียก  แต่การนำมาทาผิวหน้าต้องระวังเรื่องของการระคายเคืองเช่นกัน  โดยเฉพาะคนที่ผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่าย  อาจเกิดเป็นผื่นคันและหน้าลอกได้

ส่วนครีมที่ใช้กลไกลดการสร้างเม็ดสีนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายตัว  ยิ่งสมัยนี้มีสารตัวใหม่ๆ ผลิตออกมามากมาย

สารที่ลดการสร้างเม็ดสีได้ดีที่สุดคือไฮโดรควิโนน  ซึ่งแพทย์ผิวหนังใช้เป็นยาทารักษาบริเวณที่เป็นฝ้าและรอยดำเท่านั้น  ขอย้ำนะครับว่าต้องเป็นการสั่งจ่ายโดยแพทย์ผิวหนังเท่านั้น  ห้ามนำสารตัวนี้มาผสมในเครื่องสำอางโดยเด็ดขาด

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะสารตัวนี้มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้มาก  ได้แก่  การแพ้ระคายเคือง  หน้าแดง  บางคนหน้าอาจกลายเป็นจุดด่างๆ ปนกับจุดดำๆ  และถ้าใช้ต่อเนื่องกันนานจะเกิดการสะสมของสารสีดำที่ชั้นหนังแท้  ที่บางคนเรียกว่า  “ฝ้าถาวร”

น้ำผลไม้



ที่ผมเป็นห่วงก็คือ  มีการ “แอบ” นำยานี้ไปผสมในเครื่องสำอางที่ใช้ทำให้หน้าขาวและรักษาฝ้า  และมักใช้ความเข้มข้นค่อนข้างสูงเสียด้วยสิครับ  ยานี้ผสมอยู่ทั้งในครีมหน้าขาวที่มียี่ห้อหลายชนิดที่เคยมีข่าวว่า  อย. กวาดจับกันไปหลายครั้ง  และผสมอยู่ในครีมหน้าขาวที่มีการแอบทำขึ้นอย่างไม่มียี่ห้อ

หลายครั้งมีคนที่ผมรู้จักหรือคนไข้นำครีมมาบอกว่าซื้อมาจากคนที่รับยามาจากหมอ  โดยแอบอ้างว่าผลิตโดยหมอจากโรงพยาบาลชื่อดังหลายแห่ง  แต่ไม่ได้บอกที่มาชัดเจนว่าจากหมอชื่ออะไร  ซึ่งครีมเหล่านี้มักผสมสารไฮโดรควิโนนอย่างแรง  ถ้าผิวบอบบางหน่อยจะเกิดอาการแดงลอก  แต่ถ้าผิวไม่ค่อยระคายง่าย  ใช้แรกๆ หน้าจะแลดูขาวเร็ว  แต่พอหยุดใช้  หน้าจะดำคล้ำยิ่งกว่าเดิม

ถ้าใครเคยเห็น  ได้ยิน  หรือเคยใช้ครีมที่มีลักษณะดังกล่าว  แนะนำให้หยุดใช้ทันที  และไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง  หรือถ้ายังไม่ได้ใช้  ก็ขอร้องว่าอย่าไปแตะต้องเป็นอันขาด  และช่วยแนะนำคนใกล้ชิดที่ใช้ครีมดังกล่าวอยู่ให้เลิกใช้ด้วยนะครับ

นอกจากนี้ที่ผมพบเห็นมา  ในคลินิกบางแห่งที่เปิดรักษาผิวหนัง  แต่ไม่ใช่เป็นแพทย์ที่จบเฉพาะทางด้านผิวหนังจริงๆ หลายที่นิยมใช้ครีมที่มีส่วนผสมไฮโดรควิโนนเพื่อใช้ทำให้หน้าขาวใส  ปรากฏว่าครีมดังกล่าวขายดีมาก  เพราะคนไข้ใช้แล้วจะติดใจว่าเห็นผลดี  หน้าเด้ง  หน้าขาวอย่างรวดเร็ว  แต่ถ้าใช้นานๆ ผลข้างเคียงก็จะเกิดอย่างที่เล่าข้างต้น  และถ้าหยุดทันทีหน้าก็จะดำคล้ำไปอย่างถนัดตาทันทีเช่นกัน

นอกจากนี้สารที่เป็นตัวลดการสร้างเม็ดสียังมีอีกมากมายหลายชนิด  ซึ่งเป็นสารที่ปลอดภัย  ไม่มีผลข้างเคียงอย่างที่เกิดในไฮโดรควิโนน  แต่ประสิทธิภาพก็น้อยกว่าเช่นกัน  ซึ่งสารเหล่านี้อนุญาตให้ผสมในเครื่องสำอางได้  เพราะค่อนข้างปลอดภัย  ที่นิยมใช้ๆ กันได้แก่วิตามินซี,  อาร์บูตินลิโคริค  พีที 40,  สารสกัดจากมัลเบอร์รี่  เป็นต้น

สารที่ได้มาจาพืชตามธรรมชาติก็ได้แก่  มัลเบอร์รี่, ลิโคริค (ได้จากชะเอม)  และ Emrica  ซึ่งก็คือมะขามป้อมนั่นเอง

ส่วนครีมที่ช่วยให้ผิวขาวตัวสุดท้ายที่จะพูดถึงก็คือครีมกันแดด  เพราะแสงแดดเป็นตัวกระตุ้นการสร้างเม็ดสี  ถ้าเรายังคงโดนแดดอยู่ทุกวันก็ไม่มีทางขาวขึ้นมาได้ดั่งใจหรอกครับ

ดังนั้นคนที่ต้องการให้หน้าขาวใสควรทาครีมกันแดดร่วมด้วย  ซึ่งเรื่องการใช้ครีมกันแดดนี้  ผมเคยกล่าวไว้แล้วหลายๆ ครั้ง คงไม่พูดถึงมาก  เดี๋ยวคนอ่านจะเบื่อเสียก่อน

นี่ก็ว่ากันคร่าวๆ เรื่องครีมหรือตัวยาที่ช่วยทำให้ผิวขาว  แต่ผมว่า  ไม่ว่าผิวจะขาวหรือจะดำไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยครับ  เป็นเรื่องของค่านิยมมากกว่า  คนผิวคล้ำที่สวยๆ หล่อๆ ก็มีอยู่ถมไป  ในวงการบันเทิงบ้านเราก็มีคนที่ผิวสีแทนอยู่เยอะครับ

แต่ที่ผมว่าสำคัญกว่าคือความงามที่มาจากภายใน  ที่เกิดจากการดูแลสุขภาพตนเองและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

ถ้าทำได้อย่างนี้สิครับถึงจะเรียกว่าผิวที่มีสุขภาพดีจริงๆ

ความเห็น 0 รายการ


บทความที่เกี่ยวข้อง